โมฮาเหม็ด ซาลาห์  กองหน้าทีมชาติอียิปต์ ดาวยิง หงส์แดงที่ช่วย ให้ความฝันของเหล่า “เดอะ ค็อป” เป็นจริง กับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

โมฮาเหม็ด ซาลาห์  กองหน้าทีมชาติอียิปต์ ดาวยิง หงส์แดงที่ช่วย ให้ความฝันของเหล่า “เดอะ ค็อป” เป็นจริง กับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ข้อมูลนักเตะ

ชื่อเต็ม : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฆอลี

เกิด : 15 มิถุนายน 1992 ที่แนกริก ประเทศอียิปต์

อายุ : 28 ปี

สัญชาติ : อียิปต์

ตำแหน่ง : กองหน้า, ปีก

ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร

เกียรติประวัติ

บาเซิ่ล :

  • แชมป์ สวิสซูเปอร์ลีก : 2012-13 , 2013-14

เชลซี :

  • แชมป์ พรีเมียร์ลีก : 2014-15
  • แชมป์ อีเอฟแอลคัพ : 2014-15

ลิเวอร์พูล :

  • แชมป์ พรีเมียร์ลีก : 2019-20
  • แชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก : 2018-19
  • แชมป์ ยูฟ่าซูเปอร์คัพ : 2019
  • แชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก : 2019

รางวัลส่วนตัว :

  • CAF Most Promising Talent of the Year : 2012
  • UAFA Golden Boy : 2012
  • Swiss Super League Player of the Year : 2013
  • SAFP Golden Player : 2013
  • El Heddaf Arab Footballer of the Year : 2013, 2017, 2018
  • A.S. Roma Player of the Season : 2015-16
  • Globe Soccer Awards Best Arab Player of the Year : 2016
  • CAF Team of the Year : 2016, 2017, 2018
  • CAF Africa Cup of Nations Team of the Tournament : 2017
  • Premier League Player of the Month : พฤศจิกายน 2017, กุมภาพันธ์ 2018, มีนาคม 2018
  • PFA Player of the Month : พฤศจิกายน 2017, ธันวาคม 2017, กุมภาพันธ์ 2018, มีนาคม 2018, ธันวาคม
  • 2018, มกราคม 2019, เมษายน 2019
  • BBC African Footballer of the Year : 2017 , 2018
  • African Footballer of the Year : 2017, 2018
  • BBC Goal of the Month : ธันวาคม 2017, กุมภาพันธ์ 2018, เมษายน 2019, กันยายน 2019
  • Goal’s Arab Player of the Year : 2017 , 2018
  • PFA Players’ Player of the Year : 2017-18
  • FWA Footballer of the Year : 2017-18
  • Premier League Golden Boot : 2017-18 , 2018-19
  • Premier League Player of the Season : 2017-18
  • PFA Team of the Year : 2017-18
  • Liverpool Player of the Season : 2017-18
  • Liverpool Players’ Player of the Season : 2017-18
  • PFA Fans’ Player of the Year : 2017-18
  • UEFA Champions League Squad of the Season : 2017-18
  • Onze d’Argent : 2017-18
  • Honorary Citizen of the Chechen Republic : 2018
  • UEFA Champions League Forward of the Season : 2017-18 (2nd place), 2018-19 (4th place)
  • FIFA Puskás Award : 2018
  • Football Supporters’ Federation Player of the Year : 2018
  • FIFA FIFPro World11 2nd team : 2018
  • FIFA Club World Cup Golden Ball : 2019
  • Football Supporters’ Federation Player of the Year : 2018
  • ESM Team of the Year: 2017–18
  • IFFHS Men’s World Team : 2018, 2019
  • GQ Middle East Man of The Year Award : 2019
  • FIFA World Cup qualification (CAF) top scorer : 2014
  • Standard Chartered Liverpool Player of the Month: สิงหาคม 2017, กันยายน 2017, พฤศจิกายน 2017, ธันวาคม 2017, กุมภาพันธ์ 2018, มีนาคม 2018, เมษายน 2018, ตุลาคม 2018, ธันวาคม 2018, เมษายน 2019, สิงหาคม 2019, มกราคม 2020

เส้นทางลูกหนัง

ซาลาห์ เริ่มต้นการเล่นฟุตบอล ด้วยการหัดเตะบอลจากทีมท้องถิ่นในบ้านเกิด และในปี 2010 ได้ย้ายไปเป็นนักเตะระดับเยาวชนของทีม เอล โมคารุน และจากที่นี่เองที่ช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้า และโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถขึ้นมาเล่นในระดับเยาวชน ทีมสำรอง จนสามารถขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ ซึ่งใน 2 ฤดูกาล ซาลาห์ ยิงไปได้ 11 ประตู จากการลงสนาม 38 นัด จนไปเข้าตาแมวมองของ ทีมบาเซิ่ล ทีมลูกหนังชื่อดังของลีกสวิตเซอร์แลนด์ และในปี 2012 ทีมบาเซิ่ล ก็จัดการดึงตัว ซาลาห์ เข้ามาร่วมทีม

และกว่าที่ ซาลาห์ จะได้ลงสนามก็ใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งเจ้าตัวได้ลงสนามเป็นเกมแรก ในเกมที่ทีม บาเซิ่ล เอาชนะ ธูน ไป 3-1 ในวันที่ 12 สิงหาคม ปี 2012 และหลังจากนั้น ซาลาห์ ก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง สลับกับตัวสำรองอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้ค่อนข้างดีเยี่ยม ทั้งเกมลีกในประเทศ และในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และการโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในถ้วยุโรปนี้เอง ทำให้ผลงานของซาลาห์ ไปเข้าตาของ “สิงห์บลูส์” เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก

และ ในปี 2014 สโมสร เชลซี ก็ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัว ซาลาห์ มาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ ซึ่ง ซาลาห์ ก็ได้กลายมาเป็นนักตะอียิปต์คนแรกในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกด้วย และเขาได้เซ็นสัญญา 5 ปีครึ่ง และสวมเสื้อหมายเลข 15 ให้กับทีม

และซาลาห์ เลือกที่จะขอย้ายออกจากทีมโดยย้ายมาเล่นกับทีม ฟิออเรนติน่า ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างมาก แต่ซาลาห์ ก็ค้าแข้งที่นี่ได้เพียงครึ่งฤดูกาลเท่านั้น ก็ต้องย้ายทีมอีกครั้ง   ซาลาห์ จึงย้ายไปร่วมทัพ โรม่า ทีมคู่แข่งร่วมลีก ถึงแมัว่าทัพ “ม่วงมหากาฬ” ต้องการที่จะซื้อขาด แต่ ซาลาห์ ก็ไม่ต้องการอยู่นี่ถาวร และในที่สุดก็ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของทัพ “หมาป่ากรุงโรม” สมดังตั้งใจ

และในฤดูกาลที่สองกับทีม โรม่า นี้เอง ที่ ซาลาห์ สามารถระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างสุดยอดอย่างมาก โดยเขายิงประตูไปถึง 19 ลูก กับอีก 15 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 41 นัดในทุกรายการ จนเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรไปครองอีกด้วย

และจากฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของ ซาลาห์ นี้เอง เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ต้องการที่จะสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เพื่อการนำทัพ “หงส์แดง” กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ในลีกอังกฤษให้ได้  ซึ่งกำลังมองหาขุมกำลังในแนวรุกเข้ามาสู่ทีม และก็ไปถูกใจกับฟอร์มอันร้อนแรงของดาวยิงทีมชาติอียิปต์ และหวังที่จะดึงตัวมาร่วมทีม

โดยในวันที่ 1 กรกฎาคม 2017 ซาลาห์ ก็ได้ย้ายมาร่วมทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสรถึง 42 ล้านปอนด์ โดยเหตุผลหลักที่เจ้าตัวเลือกย้ายมาเล่นให้กับทีม “หงส์แดง” ก็เพื่อกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังจากเคยล้มเหลวกับการเล่นให้กับ สิงห์บลูส์ เชลซี ว่าเขามีดีมากพอที่จะเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกได้

และเพียงซีซั่นแรกกับ “หงส์แดง” ซาลาห์ ก็แสดงให้เห็นทันทีว่าของจริงนั้นเป็นอย่างไร เมื่อลงเล่นไป 52 เกมในทุกรายการ ยิงไปถึง 44 ลูก และแอสซิสต์ไป 16 ครั้ง และคว้าอันดับดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก และพาทีมจบอันดับ 4 ของตาราง แถมยังพาทีมเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วย แต่ก็อกหักไปพ่ายให้กับราชันชุดขาว เรอัล มาดริด 1-3 ได้แค่รองแชมป์เท่านั้น

ฤดูกาล 2018/2019 เป็นที่สุดยอดอย่างมากของ ทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล เนื่องจากทีมสามารถเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกครั้ง และคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ จากนั้นในช่วงต้นปี 2019 ทีมก็เดินหน้ากวาดอีกหลายแชมป์ทั้งยูฟ่า ซูเปอร์คัพ รวมทั้ง แชมป์สโมสรโลก อีกด้วย

และกลางเดือนมิถุนายน 2020 ศึกพรีเมียร์ลีก ก็กลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง หลังจากหยุดแข่งไปนานเกือบ 3 เดือน และเพียงไม่กี่นัดหลังจากกลับมาเตะใหม่ ซาลาห์ และแข้งนักเตะ”หงส์แดง” ก็สามารถผงาดคว้าแชมป์ได้สำเร็จ หลังจากที่ทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปพ่ายให้กับ เชลซี 1-2 ทำให้คะแนนของ “เรือใบสีฟ้า” ตามไม่ทัน   และนี่เป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี อีกด้วย

และจบฤดูกาลนี้ ซาลาห์ ก็ลงเล่นไปทั้งหมด 48 นัดในทุกรายการ ยิงประตูไปได้ 23 ประตู และทำไปอีก 13 แอสซิสต์ ซึ่งก็ยังถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมากแม้สถิติจะตกลงจากฤดูกาลก่อนๆ ก็ตาม

ผลงานทีมชาติ

ซาลาห์ กับทีมชาติอียิปต์ นั้น เขาลงเล่นมาแล้วในหลายๆ ชุด ไล่มาตั้งแต่ ชุดอายุไม่เกิน 20 ปี / ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี / ชุด ทีมโอลิมปิกและ รวมทั้งทีมชาติชุดใหญ่

และเวลานี้ ซาลาห์ ลงเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 64 นัด ยิงประตูไปถึง 41 ประตู   และผลงานที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญกับการเล่นทีมชาติ คือการพาทีมอียิปต์ เข้าไปชิงชนะเลิศ ในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ปี 2017 แต่ก็ไปพ่ายแพ้ให้กับทีม แคเมอรูน แบบน่าเสียดาย 1-2 เป็นเพียงรองแชมป์ ในการลงเล่นทัวร์นาเมนต์ในบ้านตัวเอง เท่านั้น